รูปแบบการพัฒนาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ตามนโยบายส่งเสริมวิสาหกิจของรัฐบาลไทย โดยใช้ระบบแลกเปลี่ยนสินค้า

Development Models of SMEs Based on the Thai Government Enterprise Promotion Policy Using Barter Business System

  • กษิดิศ พชระเศรณี

Abstract

               การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์อยู่ 3 ประการ คือ ประการแรกเพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขเมื่อ ดำเนินการธุรกิจผ่าน Barter Card ของวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม (SMEs) ในประเทศไทย ประการที่ 2 เพื่อศึกษาการพัฒนาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ตามนโยบายส่งเสริมวิสาหกิจของรัฐบาลไทย โดยใช้ระบบ แลกเปลี่ยนสินค้า และประการที่ 3 เพื่อเสนอรูปแบบ และการจัดการ Barter business model ที่เหมาะสมกับ การส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทย ระเบียบวิธีวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสม (Mixed Method) ระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณและคุณภาพ โดย ผู้วิจัยได้เลือกกลุ่มตัวอย่างที่ เป็น SME และเป็นสมาชิก บาร์เทอร์คาร์ดมาใช้ในการวิจัย จำนวน 353 คน ซึ่งได้มา จากวิธีการหาขนาดกลุ่มตัวอย่างตามสูตรของยามาเน่ ซึ่งคำนวณจากกลุ่มประชากรจำนวนทั้งหมด 3,000 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลการวิจัยเชิงปริมาณเป็นสถิติ เชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) สัมประสิทธิ์ สหสัมพันธ์ ของเพียร์สัน (Pearson’s product-moment correlation) และการวิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุ (Multiple Regression) โดยวิธี Enter ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพ เป็นการศึกษาโดย การทบทวนวรรณกรรม เอกสาร ที่เกี่ยวข้อง(document research) การสังเกตแบบไม่มี ส่วนร่วม (non-participation observation) และข้อมูล โสตทัศนวัสดุ (audio-visual materials) รวมถึง การสัมภาษณ์เจาะลึก (In-depth Interviews) ผู้เชี่ยวชาญ ที่มีความรู้และประสบการณ์อย่างดียิ่งเกี่ยวกับ SMEs จำนวน 20 คน และการประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 6 คน ตามลำดับ แล้วนำมาวิเคราะห์ ข้อมูลจากทุกแหล่ง โดยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (content analysis) โดยการบรรยายพรรณนา (narrative analysis) และโดยการอุปนัยเชิงวิเคราะห์ (analytic induction) ผลการวิจัย พบว่า
               1) ปัญหาและแนวทางแก้ไขเมื่อดำเนินการธุรกิจ ผ่าน Barter Card โดยรวม อยู่ในระดับสูง
               2) ระดับกฎหมายและนโยบายภาครัฐเมื่อดำเนินการ ธุรกิจผ่าน Barter Card พบว่ามีความเหมาะสมอย่างยิ่ง
               3) ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อรูปแบบการพัฒนาธุรกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม ตามนโยบายส่งเสริมวิสาหกิจ ของรัฐบาลไทย ได้แก่ การจัดการและความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับบารเทอร์คาร์ด ปัญหาและแนวทางแก้ไขเมื่อ ดำเนินการธุรกิจผ่าน Barter Card นโยบายและแผนของ SMEs กฎหมายและนโยบายภาครัฐ และระบบแลกเปลี่ยนสินค้า โดยมีค่า R2 เท่ากับ .691 แสดงว่าค่าแปรผันตาม รูปแบบการพัฒนาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ตามนโยบายส่งเสริมวิสาหกิจของรัฐบาลไทย โดยใช้ระบบ แลกเปลี่ยนสินค้า สามารถอธิบายได้โดยปัจจัยอิสระหรือ ตัวพยากรณ์ 5 ตัวได้แก่ การจัดการและความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับบารเทอร์คาร์ด ปัญหาและแนวทางแก้ไขเมื่อ ดำเนินการธุรกิจผ่าน Barter Card นโยบายและแผน ของ SMEs กฎหมายและนโยบายภาครัฐ และระบบ แลกเปลี่ยนสินค้า
               4) รูปแบบการแลกเปลี่ยนสินค้าของการส่งเสริม วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในประเทศไทยนั้น จะเป็นการทำธุรกิจที่ไม่เสียค่าธรรมเนียม ไม่เสียค่า เปอร์เซ็นต์ ไม่เสียค่าใช้จ่ายตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ การทำธุรกิจ มีความโปร่งใส มีความยุติธรรม เป็นการทำธุรกิจภายใต้ กติกาที่ยอมรับได้จากคู่ค้า การทำธุรกิจต้องมีการประเมิน ที่มีคุณธรรมอย่างต่อเนื่อง การดำเนินธุรกิจในลักษณะ ที่เปี่ยมไปด้วยมิตรไมตรี โดยเป็นการทำธุรกิจที่เน้น ช่วยเหลือกันและกัน เป็นการทำธุรกิจที่มีความสัมพันธ์ แบบเพื่อนต่อเพื่อนและการทำธุรกิจที่ไม่มุ่งเน้นการได้ เปรียบทางธุรกิจซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ในลักษณะที่เรียกได้ว่า แบบ Free-Fair-Friends Exchange
                5) ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมที่ได้จากการศึกษามี ดังต่อไปนี้คือ ระบบการแลกเปลี่ยนสินค้าควรจะมีตัวกลาง ที่มาจากจิตอาสาที่มีหน้าที่ช่วยประสานงานกับผู้ประกอบ การในการแลกเปลี่ยนสินค้าผู้ประกอบการของธุรกิจขนาด กลางและขนาดย่อม ต้องมีความรู้ ความเชี่ยวชาญในธุรกิจ หรือผลิตภัณฑ์ของตนเอง มีความกระตือรือร้นสนใจหา ที่ปรึกษา หาเครื่องมือช่วยเหลือทางการตลาด ให้ความร่วม มือและแสดงความคิดเห็น มีการประเมินสัมฤทธิผลการ ประกอบการของแต่ละ SMEเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับทราบปัญหาและหาทางแก้ไข และผู้ประกอบการก็จะ ได้ทราบถึงข้อบกพร่องของตนเอง เจ้าของธุรกิจต้องมี ความซื่อสัตย์ในตัวเอง มุ่งสร้างมาตรฐาน ไม่มุ่งเอาเปรียบคู่ค้าและการรวมกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนสินค้าของผู้ประกอบการ ควรให้สมาชิกที่รวมกลุ่มกันสามารถซื้อขายได้ในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด


Abstract
                The objectives of the study were threefold; (1), to study the potential problems and their solutions when the business operation through the barter card of the SMEs comes into being; (2), to investigate the development of SMEs in accordance with the public enterprise promotion policy via barter business system; and (3), to offer development patterns and business management based on the barter business model deemed appropriate to SMEs in the case of Thailand. The study was mixed in nature--the quantitative and qualitative research methods. With respect to the quantitative research method, the research randomly selected 353 SMEs’ members as the sample for the study; out of the population of the study was 3,100 SMEs’ members and the sample size was determined by resorting to Yamane’s formula. The collected data were then analyzed by dint of descriptive statistics, Pearson’s product- moment correlation, and multiple regression analysis (the Enter method). Regarding the qualitative research method, the needed data were obtained from documents, non-participant observation, audio-visual materials, and in-depth interviews with 20 key informants. All the informants had long experience with the SMEs’ management. The data from all sources were analyzed using content analysis, narrative analysis and analytic induction. It was found from data analysis as follow                 
              1) The problems and dificulties encountered by SMEs’ managers were found to be at a high level.
              2) The laws and the government policy concerning the barter card - based SMEs management were found to be highly suitable.
              3) The factors inluencing the development pattern of SMEs in accordance with the Thai government enterprise promotion policy using the Free- Fair-Friends Exchange were knowledge of barter card, problems and solutions of the barter card-based management, laws and government policy, policy and plan of SMEs, and the Free-Fair -Friends exchange System. The R2 value is .69, indicating that 69 percent of the variation in the development pattern of the SMEs according to the public enterprise promotion policy using the Free-Fair-Friends Exchange System is explained by the ive independent, or predictor variables (knowledge of barter card, problems and solutions of the barter card-based management, laws and government policy, and policy and plan of SMEs, and the Free-Fair -Friends exchange System).
               4) The SMEs entrepreneurs were not required to pay fees and dues from the start to inish, the SMEs operation was characterized as transparent and fair, and the operation was carried out under the acceptable conditions of trading partners, the mutual interest, and the continued merit assessment. In a nutshell, the SMEs work was operated in a friendly and exploitation-free fashion.
               5) The indings of the study enable the researcher to be in a position to make the following recommendations; as will be seen as follows: Volunteer mediators should be made available so as to help coordinate and facilitate the exchange of goods . The SME entrepreneurs should gain insights into their own businesses as well as their products, and they must be enthusiastic about seeking marketing experts to share views and ideas about the SMEs operation.
               The work performance and achievements of the SME entrepreneurs should be evaluated on a regular basis so that the agencies concerned can learn of problems and provide problem resolutions (if any). The SMEs entrepreneurs must take pains to operate their businesses with integrity and refrain from taking advantages of other SME entrepreneurs. and group formulation among SME entrepreneurs is a must, by doing so, they would be in a better position to exchange goods at lower prices than those of the market.

Author Biography

กษิดิศ พชระเศรณี

นักศึกษา หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

Published
2018-02-23
How to Cite
พชระเศรณี, กษิดิศ. รูปแบบการพัฒนาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ตามนโยบายส่งเสริมวิสาหกิจของรัฐบาลไทย โดยใช้ระบบแลกเปลี่ยนสินค้า. วารสารวิชาการ, [S.l.], v. 3, n. 2, p. 149-162, feb. 2018. Available at: <http://www.ipacific.ac.th/ojs302/index.php/hu/article/view/119>. Date accessed: 20 sep. 2018.