การพัฒนารูปแบบการสร้างเสริมสมรรถนะการวิจัย ในชั้นเรียนของครู ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษา เขต 23

Development of Teachers’ Classroom Research Ability Enhancement Model under The Secondary Educational Service Area 23 Offi f ice

  • ประทินทิพย์ พรไชยยา

Abstract

             การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสภาพ สมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนของครู แล้วพัฒนารูปแบบ การสร้างเสริมสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนของครู และประเมินการใช้รูปแบบการสร้างเสริมสมรรถนะ การวิจัยในชั้นเรียนของครู ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษา เขต 23 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ ได้แก่ ครูผู้สอนระดับชั้นมัธยมศึกษา จาก 45 โรงเรียนในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 23 ปีการศึกษา 2558 จ????ำนวน 306 คน เครื่องมือที่ใช้ในการ วิจัย ได้แก่ 1) แบบสอบถาม 2) แบบสัมภาษณ์แบบมี โครงสร้าง และ 3) แบบประเมินรูปแบบการเก็บรวบรวม ข้อมูล ส่วนที่หนึ่ง เก็บข้อมูลจากแบบสอบถามสมรรถนะ การวิจัยในชั้นเรียนของครูในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษา เขต 23 ส่วนที่สอง เก็บข้อมูล จากการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ ส่วนที่สาม เก็บข้อมูลจาก ผเู้ ชีย่ วชาญที่เขา้ ร่วมประชมุ สนทนากล่มุ (Focus group discussion) ส่วนที่สี่ เก็บข้อมูลจากการประเมินรูปแบบ การสร้างเสริมสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนของครู ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 23 สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าความถี่ (Frequency) ค่าเฉลี่ย ( ) ค่าร้อยละ (%) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และ การพรรณนาวิเคราะห์ (Descriptive analysis) ผลการ วิจัยพบว่า



  1. ผลการศึกษาสภาพสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนของครู ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 23 โดยรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับน้อย

  2. การพัฒนารูปแบบการสร้างเสริมสมรรถนะ การวิจัยในชั้นเรียนของครูในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษา เขต 23 มีแนวทางการพัฒนา รูปแบบตามขั้นตอนสำคัญ 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) ขั้นตอน การเตรียมการ 2) ขั้นตอนการสร้างรูปแบบ 3) ขั้นตอน การนำไปทดลองใช้ (Try-out) 4) ขั้นตอนการประเมิน รูปแบบ มีแนวทางการดำเนินการสร้างเสริมสมรรถนะ การวิจัยในชั้นเรียนให้ครูโดยการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ตามขั้นตอนการสร้างเสริมสมรรถนะ 6 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การสร้างความตระหนักการสร้างเสริมสมรรถนะ การวิจัยในชั้นเรียน 2) การวางแผน 3) การประชุมเชิง ปฏิบัติการเพื่อสร้างเสริมสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียน 4) การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาสมรรถนะการ วิจัยในชั้นเรียน 5) การนิเทศให้คำปรึกษาเพื่อพัฒนา สมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียน 6) การเผยแพร่ผลงาน การวิจัยในชั้นเรียนเพื่อสร้างเสริมสมรรถนะในการ วิจัยในชั้นเรียนของครู 5 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการสร้าง เสริมให้มีแรงจูงใจที่จะทำวิจัยในชั้นเรียน 2) ด้านการ สร้างเสริมให้มีทัศนคติที่ดี และอุปนิสัยที่เอื้อต่อความ สำเร็จในการทำวิจัยในชั้นเรียน 3) ด้านการสร้างเสริมให้มี ความรู้ความเข้าใจหลักการ แนวคิดทฤษฎีการทำวิจัย ในชั้นเรียน 4) ด้านการสร้างเสริมให้มีทักษะในการ ปฏิบัติการวิจัยในชั้นเรียน และ 5) ด้านสถานศึกษา มีนโยบายและการสนับสนุนในการทำวิจัยในชั้นเรียน เพื่อให้ครูมีสมรรถนะในการวิจัยในชั้นเรียน 6 ด้าน ได้แก่ 1) ครูสามารถกำหนดปัญหาหรือประเด็นปัญหาได้ ตรงประเดน็ 2) ครูสามารถศกึ ษาข้อมูลเบื้องต้น บรรยาย ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาได้ 3) ครูสามารถวางแผน ปฏิบัติ กำหนดทางเลือกหลากหลาย 4) ครูสามารถ สร้างและพัฒนาเครื่องมือเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลได้ 5) ครูสามารถทดลอง รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และสรุป ผลการวิจัยได้ 6) ครูสามารถเขียนรายงานการวิจัยได้ จากการพัฒนารูปแบบดังกล่าว ทำให้ได้ รูปแบบการ สร้างเสริมสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนของครู ในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 23 ที่ได้รับ ฉันทามติจากที่ประชุมสนทนากลุ่ม (Focus group discussion) ในประเด็นพิจารณา รวมทั้งหมด 4 ด้าน 18 ประเด็น ผลการพิจารณา ลงมติเห็นชอบของผ้เู ข้าร่วม สนทนากลุ่ม มีฉันทามติรวมทั้งหมด 18 ประเด็น ในทุกด้าน และทุกประเด็น อยู่ในระดับมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 100 และมีผลการศึกษาสภาพสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียน ของครู ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยม ศึกษา เขต 23 หลังการใช้รูปแบบ โดยรวมมีการปฏิบัติ อยู่ในระดับมาก 

  3. ผลการประเมินและรับรองรูปแบบการ สร้างเสริมสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนของครู ในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 23 โดยรวม รูปแบบมีความเหมาะสมมีความสอดคล้อง มีความ เป็นประโยชน์ มีความเป็นไปได้ อยู่ในระดับมากที่สุด จึงทำให้รูปแบบได้รับการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญ อยู่ใน ระดับมากที่สุด


Abstract


            The research entitled, “Development of Teachers’ Classroom Research Ability Enhancement Model under The Secondary Educational Service Area 23 Office,” aimed 1) to study the state of teachers’ classroom research ability, 2) to develop teachers’ classroom research ability enhancement model, and 3) to evaluate teachers’ classroom research ability enhancement model under The Secondary Educational Service Area 23 Office.


            The samples used in this research were 306 teachers, who were teaching in the secondary schools under The Secondary Educational Service Area 23 Office in the academic year of 2015. The instruments used in this research were the questionnaire, structured interview form, and model evaluation. The data collection was from three parts. The first part dealt with the questionnaire about teachers’ classroom research ability enhancement under The Secondary Educational Service Area 23 Office. The second part dealt with the experts’ data interviews. The third part was the data collected from a focus group discussion of connoisseurs. The last part dealt with the data from model evaluation on classroom research ability enhancement of teachers under The Secondary Educational Service Area 23 Office. The statistics used in this research were frequency, mean, percentage, standard deviation and descriptive analysis. The research findings revealed that



  1. The results of the teachers’ classroom research ability enhancement under The Secondary Educational Service Area 23 Office overall were at low level.

  2. The model development of teachers’ classroom research ability enhancement under The Secondary Educational Service Area 23 Office consisted of 4 steps, namely, preparation; model construction; model trying-out; and model evaluation. Moreover, the workshop was conducted to set up 6 guidelines for the ability enhancement of teachers’ classroom research, i.e. 1) raise awareness of classroom research ability enhancement, 2) setting up the plan, 3) workshop on classroom research ability enhancement, 4) workshop on classroom research ability development, 5) supervision for classroom research ability development, 6) research work distribution for teachers’ classroom research ability enhancement in 5 aspects, that is, (1) motivation enhancement; (2) good attitude enhancement; (3) knowledge, principle, and theory enhancement; (4) skills enhancement; and (5) schools’ policy to support the classroom research ability of teachers in 6 aspects, (1) teachers’ understanding the problems; (2) teachers’ ability to describe the basic information and facts; (3) teachers’ action plans; (4) teachers’ ability to create and develop the data instrument; (5) teachers’ ability for experiment, data collection, analysis, and conclusion; and (6) teachers’ ability to write the research report. The results of the focus group discussion for model development, the model of teachers’ classroom research ability enhancement had covered 4 aspects and 18 issues. Moreover, the attendees had agreed on all aspects and issues at the highest level or 100%, and the classroom research ability enhancement of teachers under The Secondary Educational Service Area 23 Office after the model usage overall were at high level. 

  3.  The results of model evaluation and certification of teachers’ classroom research ability enhancement under The Secondary Educational Service Area 23 Office overall were appropriate, consistent, useful, possible, and all were at high level. And, the model of teachers’ classroom research ability enhancement was certified by the connoisseurs at the highest level.

Published
2018-07-27
How to Cite
พรไชยยา, ประทินทิพย์. การพัฒนารูปแบบการสร้างเสริมสมรรถนะการวิจัย ในชั้นเรียนของครู ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษา เขต 23. วารสารวิชาการ, [S.l.], v. 4, n. 1, p. 25-43, july 2018. Available at: <http://www.ipacific.ac.th/ojs302/index.php/hu/article/view/182>. Date accessed: 15 aug. 2018.