นโยบายส่งเสริมความปลอดภัยในรถโดยสารสาธารณะ: กรณีศึกษาการคาดเข็มขัดนิรภัยของผู้โดยสารรถตู้โดยสาร สาธารณะในเขตสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพมหานคร

The Policy to Promote Safety in Public Transport: A Case Study of Passengers Wearing A Seat Belt in Public Van, Bangkok Bus Terminal

  • นิรุตติ์ สมศรี

Abstract

            การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อ ศึกษาปัญหาการนำนโยบายส่งเสริมความปลอดภัย ด้านการคาดเข็มขัดนิรภัยไปปฏิบัติของกองตรวจการ ขนส่งทางบก 2) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการคาดเข็มขัด นิรภัยของผู้โดยสารที่ใช้บริการรถตู้โดยสารสาธารณะ ในเขตสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพมหานคร 3) เพื่อ เสนอแนะแนวทางในการนำนโยบายส่งเสริมความ ปลอดภัยด้านการคาดเข็มขัดนิรภัยไปปฏิบัติ ของกอง ตรวจการขนส่งทางบก โดยใช้การวิจัยเชิงคุณภาพและ การวิจัยเชิงปริมาณผสมผสานกัน การวิจัยเชิงคุณภาพ ได้กำหนดกลุ่มตัวอย่างจากกองตรวจการขนส่งทางบก จำนวน 8 คน โดยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิธี วิเคราะห์เนื้อหา ส่วนการวิจัยเชิงปริมาณใช้กลุ่มตัวอย่าง จากผู้โดยสารรถตู้โดยสารสาธารณะ จำนวน 400 คน เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าเฉลี่ย, ร้อยละและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนการ ทดสอบสมมติฐานใช้สถิติ T–test และการวิเคราะห์ ความแปรปรวนทางเดียว (One–way ANOVA) กรณี ที่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติจะใช้การ ทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่ (LSD)
            ผลการศึกษาพบว่า 1) ปัญหาด้านบุคลากร ด้านการประชาสัมพันธ์ ด้านการปฏิบัติงาน และด้าน ความมีส่วนร่วมของประชาชน มีผลต่อการนำนโยบาย ส่งเสริมความปลอดภัยด้านการคาดเข็มขัดนิรภัย ไปปฏิบัติให้สำเร็จของกองตรวจการขนส่งทางบก 2) ผู้โดยสารส่วนใหญ่มีการตระหนักถึงประโยชน์ในการ คาดเข็มขัดนิรภัยและความรุนแรงในการเกิดอุบัติเหตุ อยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนพฤติกรรมการคาดเข็มขัด นิรภัยของผู้โดยสารรถตู้โดยสารสาธารณะนั้น ภาพรวมอยู่ในระดับเหมาะสม 3) ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ระดับพฤติกรรมการคาดเข็มขัดนิรภัยในรถตู้ โดยสารสาธารณะ จำแนกตามอายุ, รายได้และ การตระหนักถึงประโยชน์ในการคาดเข็มขัดนิรภัย แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 การตระหนักถึงความรุนแรงในการเกิดอุบัติเหตุ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ส่วนเพศ, การศึกษา และประสบการณ์ในการประสบ อุบัติเหตุทางถนนพบว่าไม่แตกต่างกัน
          ข้อเสนอแนะ 1) ภาครัฐจะต้องมีนโยบาย ประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการใช้เข็มขัด นิรภัยและกฎหมายจราจรในสื่อประชาสัมพันธ์ที่ หลากหลายที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ 2) ควรจะมี กระบวนการสร้างทัศนคติและค่านิยม เพื่อก่อให้เกิด พฤติกรรมการคาดเข็มขัดนิรภัยที่ดีในสถานศึกษา 3) เจ้าหน้าที่ควรกวดขันผู้โดยสารในการใช้เข็มขัดนิรภัย อย่างเข้มงวด โดยการเพิ่มจำนวนจุดตรวจ ระยะเวลา ในการตรวจ เพื่อความต่อเนื่องในการปฏิบัติ 4) ควรมี การบูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภายนอก อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน


Abstract
         
The objectives of this research were 1) To study the problem of implementing the safety policy of wearing seat belt in the Land Transport Supervision Division. 2) To study behavior of passengers wearing a seat belt in Bangkok Bus Terminal area. 3) To provide guidance on the implementation of the safety policy of wearing seat belts in the Land Transport Supervision Division. Qualitative and quantitative methodologies were implemented in this paper. In qualitative approach, information was collected through interview. 8 samples were from the Land Transport Supervision Division, by using a purposive sampling technique. Then the information was analyzed descriptively. In quantitative method, 400 Samples were from passengers commuting the public van. Questionnaires were used to collect data. Statistically, mean, percentage and standard deviation are computed. T-test and One-way ANOVA were used to test the hypotheses given. Fisher’s Least Significant Difference (LSD) was further scrutinized in case of any statistically significant differences.
         The research indicated that 1) Personal issue, public relations, operations and public participations effect on the achievement of implementing the seat belt policy in the Land Transport Supervision Division. 2) Most of passengers had the awareness level on benefit recognitions of wearing seat belt and severities of having an accident at the highest level. The behavioral level of passengers wearing a seat belt were at appropriate level. 3) The hypotheses testing found the behavioral level of wearing seat belts in public van with different age, monthly income and beneficial recognitions of wearing seat belt were statistically significant difference at 0.05 level. Beneficial recognitions on severities of having an accident was statistically significant difference at 0.01 level. There was no statistically significant difference in sex, education and road accidental experience.
        Recommendations. 1) The public sector must have a continuous public relations policy regarding the use of seat belts and traffic law in various medias accessibly. 2) Schools should have a process of creating attitudes and values to promote decent behaviors of using seat belt. 3) Officials should tighten passengers in using seat belts rigorously. By increasing the number of checkpoints and inspective duration for continuity in practice. 4) Should have a continuously integration with officials from other agencies in order to enhance the work efficiency.

Author Biography

นิรุตติ์ สมศรี

สาขาการจัดการความปลอดภัย คณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ

Published
2019-01-20
How to Cite
สมศรี, นิรุตติ์. นโยบายส่งเสริมความปลอดภัยในรถโดยสารสาธารณะ: กรณีศึกษาการคาดเข็มขัดนิรภัยของผู้โดยสารรถตู้โดยสาร สาธารณะในเขตสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพมหานคร. วารสารวิชาการ, [S.l.], v. 4, n. 2, p. 15-30, jan. 2019. Available at: <http://www.ipacific.ac.th/ojs302/index.php/hu/article/view/206>. Date accessed: 17 sep. 2019.