รูปแบบการบริหารโรงเรียนการกุศลภายในวัด จังหวัดสกลนคร

Administrative Management Model of Charity Schools at Buddhist Temples in Sakon Nakhon Province

  • สมัย ดอนแก่น

Abstract

บทคัดย่อ


                   รูปแบบการบริหารโรงเรียนการกุศลภายในวัด จังหวัดสกลนครที่ได้ทำการศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพการบริหารโรงเรียนการกุศลภายในวัด จังหวัดสกลนคร 2) เพื่อสร้างรูปแบบการบริหารโรงเรียนการกุศลภายในวัด จังหวัดสกลนคร3) เพื่อประเมินรูปแบบการบริหารโรงเรียนการกุศลภายในวัด จังหวัดสกลนคร


                  ประชากรที่ใช้ในการศึกษาวิจัย ระยะที่ 1 ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอน ในโรงเรียนการกุศลภายในวัด จังหวัดสกลนคร จากจำนวนโรงเรียนทั้งสิ้น  3โรงเรียน คือ 1)  โรงเรียนการกุศลวัดศรีสุมังค์  อำเภอเมือง  จังหวัดสกลนคร สังกัดเขต  1 จำนวน 13 คน    2) โรงเรียนการกุศลวัดบูรพา  อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร สังกัดเขต 2 จำนวน 37  คน  และ  3) โรงเรียนวัดบูรพาวิทยาการกุศล อำเภอคำตากล้า จังหวัดสกลนครสังกัดเขต  3 จำนวน  14  คน   รวมประชากรทั้งสิ้น 64 คน ระยะที่ 2 ผู้ให้ข้อมูลในการจัดสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) จำนวน 9 คน ระยะที่ 3 ผู้ให้ข้อมูลการประเมินความเหมาะสม และความเป็นไปได้โดยผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ(Connoisseurship) จำนวน 20 คน


                   เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม การสัมมนากลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ(Focus Group Discussion )จำนวน 9 คน และการประเมินความเหมาะสม และความเป็นไปได้โดยผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 20 คน การหาคุณภาพของแบบสอบถามโดยการหาค่า IOC (Item Objective Congruence Index) เลือกเฉพาะข้อคำถามที่มีค่า IOC 0.50 ขึ้นไป และค่าความเชื่อมั่นโดยหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา (alpha-coefficient) ของครอนบาค(Cronbach)ได้ค่าความเชื่อมั่น 0.98 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ข้อมูลเชิงปริมาณ ได้แก่ ร้อยละ(Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) และค่า เบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหา(Content Analysis) จากการข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ โดยใช้วิธีการสรุปเป็นความเรียง


                 ผลการวิจัย พบว่า


  1. สภาพการบริหารโรงเรียนการกุศลภายในวัด จังหวัดสกลนครโดยรวมอยู่ในระดับมาก ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ได้แก่ ด้านการบริหารงานทั่วไป  รองลงไป คือ ด้านการบริหารงานงบประมาณ   และด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ด้านการบริหารงานวิชาการ 

  2. รูปแบบการบริหารโรงเรียนการกุศลภายในวัด จังหวัดสกลนคร ประกอบด้วย 7 ขั้นตอน  คือ  1) การศึกษาสภาพปัญหา  2) การวางแผน 3) การกำหนดหน้าที่ผู้รับผิดชอบ  4) วิธีดำเนินงาน และ 5) การตรวจสอบ 6) การประเมินผล และ7) การรายงานผล

  3. ผลการประเมินความเป็นไปได้ และความเหมาะสมของรูปแบบการบริหารโรงเรียนการกุศลภายในวัด จังหวัดสกลนครพบว่า ผู้ประเมินมีความคิดเห็นต่อรูปแบบการบริหารโรงเรียนการกุศลภายในวัด ฯโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุดเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ทุกด้านอยู่ในระดับมากขึ้นไป

Abstract


             The research entitled, “Administrative Management Model of Charity Schools at Buddhist Temples in SakonNakhon Province”, aimed 1) to study the state of the administrative management of charity schools at Buddhist temples in SakonNakhon Province, 2) to create the administrative management model of charity schools at Buddhist temples in SakonNakhon Province, and 3) to evaluate the administrative management model of charity schools at Buddhist temples in SakonNakhon Province.


            The samples used in the first period of this research were 64 administrators and teachers who were teaching at3charity schools in Buddhist temples ofSakonNakhon Province. While in the second period of this research, the 9 informants were invited to participate in a focus group discussion. And in last period, the 20 experts were invited to be as the informants for evaluation.


            The instruments used in this research were the questionnaire, focus group discussion, and the evaluation by the experts. In the quality test, the only items of questionnaire with above .50 value of the IOC were acceptable, and in the reliability test, Cronbach’s alpha value was rated at .98. The statistics used for quantitative data analysis in this research were percentage, mean, and standard deviation. In addition, the content analysis was employed for the qualitative data which were concluded from the experts’ suggestions.


            The research findings revealed that


  1. The state of the administrative management of charity schools at Buddhist temples in SakonNakhon Province were at high level. Especially, the general administration aspect was at the highest level; the budget administration aspect was at the lower, and the lowest level was the academic affairs administration aspect.

  2. The administrative management model of charity schools at Buddhist temples in SakonNakhon Provinceconsisted of 7 stepsas follows: problems study; plan; responsible person; implementation; inspection; assessment, and report.

  3. The results of evaluation for the appropriate and possibleadministrative management model of charity schools at Buddhist temples in SakonNakhon Province overall were at the highest level. When each aspect was considered, it was found that every aspect was at high level.

 


 

Author Biography

สมัย ดอนแก่น

หลักสูตรศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยปทุมธานี

Published
2018-02-23
How to Cite
ดอนแก่น, สมัย. รูปแบบการบริหารโรงเรียนการกุศลภายในวัด จังหวัดสกลนคร. วารสารวิชาการ, [S.l.], v. 3, n. 2, p. 51-59, feb. 2018. Available at: <http://www.ipacific.ac.th/ojs302/index.php/hu/article/view/4>. Date accessed: 24 may 2018.