การจัดการความขัดแย้งของผู้บริหารโรงเรียนมัธยม สพม.; ในจังหวัดพะเยา Conflict Management of High schools Administrators in Phayao Province

  • คำพันธ์ อัครเนตร, สุนทร เอื้ออภิสิทธิ์ และคณะ

Abstract

               การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการจัดการความขัดแย้งของผู้บริหารโรงเรียนมัธยม สพม. ในจังหวัดพะเยา จำนวน 18 แห่ง ซึ่งจำแนกตามคุณลักษณะทางประชากรที่ศึกษา ประกอบด้วย กลุ่มผู้บริหารโรงเรียนมัธยม สพม. ในจังหวัดพะเยา ได้แก่ ผู้อำนวยการโรงเรียน และกลุ่มรองผู้อำนวยการโรงเรียน จำนวน 18 คน โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ผลการศึกษาพบว่า การจัดการความขัดแย้งแบบประนีประนอมมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด โดยพบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ การให้ทั้งสองฝ่ายประนีประนอม ยอมความซึ่งกันและกัน (X = 2.98) อันดับที่ 2 คือ การจัดการความขัดแย้งแบบร่วมมือ โดยพบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ การแนะนำให้คณะครูและบุคลากรของโรงเรียนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขความขัดแย้งของคณะครูและบุคลากรของโรงเรียน (X = 2.76) อันดับที่ 3 คือ การจัดการความขัดแย้งแบบเอาชนะ โดยพบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ การเคารพการตัดสินใจของคณะครูและบุคลากรของโรงเรียน แม้ว่าจะไม่เห็นด้วยกับผลการตัดสิน (X = 2.77) อันดับที่ 4 การจัดการความขัดแย้งแบบหลีกเลี่ยง โดยพบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ การยินดีที่จะตอบคำถามหรือการให้ความคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ (X = 2.89) และอันดับสุดท้าย คือ การจัดการความขัดแย้งแบบแบบปรองดอง โดยพบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในโรงเรียนโดยการให้ฝ่ายที่มีอำนาจน้อยกว่ายอมความให้ฝ่ายที่มีอำนาจมากกว่า (X = 0.27)


            This study The purpose of this study was to investigate the conflict management of 18 primary school administrators in Phayao Province, which were classified by the demographic characteristics studied by the administrators of Phayao Secondary School in Phayao Province including the Director and deputy school directors 18 persons using questionnaires as a tool to collect data. The study found that conflict management and reconciliation with the highest average was found to have the highest average for the two sides to compromise with each other (X = 2.98) No. 2 is collaborative conflict management, it was found that the highest mean score was the recommendation of teachers and school personnel to take part in resolving conflicts among teachers and school personnel (X = 2.76) No.3 is the management of the conflict overcoming, it was found that the highest mean scores were respect for the decision of the teachers and the school personnel, even though they did not agree with the results (X = 2.77) No. 4 avoiding conflict management. It was found that they had the highest average are happy to answer questions or make comments on various issues (X = 2.89) And the last is to manage conflict and reconciliation. It was found that the highest meanings were conflict resolution in schools by allowing the less competent parties to yield to the more power¬ful parties (X= 0.27)  

Author Biography

คำพันธ์ อัครเนตร, สุนทร เอื้ออภิสิทธิ์ และคณะ

*อาจารย์ประจำที่ร่วมสอน หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค
**อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค
***อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรม สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค

Published
2018-02-23
How to Cite
และคณะ, คำพันธ์ อัครเนตร, สุนทร เอื้ออภิสิทธิ์. การจัดการความขัดแย้งของผู้บริหารโรงเรียนมัธยม สพม.; ในจังหวัดพะเยา Conflict Management of High schools Administrators in Phayao Province. วารสารวิชาการ, [S.l.], v. 3, n. 1, p. 95-103, feb. 2018. Available at: <http://www.ipacific.ac.th/ojs302/index.php/hu/article/view/70>. Date accessed: 24 june 2018.