การยอมรับพฤติกรรมภาวะผู้นำในการบริหารของข้าราชการทหารหญิง สังกัดกองบัญชาการกองทัพไทย; The Acceptance of Leadership Behaviors among Woman Officers in the Royal Thai Army Force Headquarters

  • กวินนา มาอินราช

Abstract

            การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) องค์ประกอบของ ปัจจัยพื้นฐานส่วนบุคคลของผู้ใต้บังคับบัญชา และพฤติกรรมภาวะผู้นำของผู้บังคับบัญชา ในการบริหารของข้าราชการทหารหญิง สังกัดกองบัญชาการกองทัพไทย 2) ความสัมพันธ์ระหว่าง ปัจจัยภายในส่วนบุคคลของผู้ใต้บังคับบัญชา และการยอมรับพฤติกรรมภาวะผู้นำของผู้บังคับบัญชา ในการยอมรับพฤติกรรมภาวะผู้นำทางการบริหารของข้าราชการทหารหญิง สังกัดกองบัญชาการ กองทัพไทย กรอบในการศึกษา ได้แก่ แนวคิดและทฤษฎีว่าด้วยการบริหารทรัพยากรมนุษย์วิธีการวิจัยใช้เชิงปริมาณและคุณภาพ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลได้แก่ แบบสอบถาม และใช้สัมภาษณ์เชิงลึกในการพัฒนาเครื่องมือในการวิจัย กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ข้าราชการทหารสังกัดกองบัญชาการกองทัพไทย จำนวน 369 คน
           ผลการวิจัย พบว่า 1) กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มีระดับความคิดเห็นมากที่สุด เกี่ยวกับปัจจัยภายในส่วนบุคคลของผู้ใต้บังคับบัญชา รองลงมาพฤติกรรมภาวะผู้นำของผู้บังคับบัญชา เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าด้านเจตคติ โดยเฉพาะทัศนคติที่ดีต่อองค์กรต่องานที่ได้รับมอบหมาย และทัศนคติที่ดีต่อเพื่อนร่วมงานเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ เมื่อพิจารณาการยอมรับพฤติกรรมภาวะผู้นำของผู้บังคับบัญชา พบว่า การเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือและการเป็นนักพูดที่มีความสามารถของผู้บังคับบัญชาโดยเฉพาะการให้ความช่วยเหลือแก้ปัญหาทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวแสดงออกถึงความห่วงใยและผูกพันดูแลทุกข์ - สุข ในบางโอกาสเอาใจใส่ดูแลทุกข์สุขของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างทั่วถึงและสามารถพูดชักจูงใจหมู่คณะปฏิบัติงานด้วยความร่วมมือในที่ชุมชนได้เป็นอย่างดีสามารถสร้างเสน่ห์ ความศรัทธา ความเชื่อและความจริงใจในการพูดได้
          และข้อที่ 2) พบว่า ปัจจัยภายในส่วนบุคคลของผู้ใต้บังคับบัญชา ยอมรับพฤติกรรมภาวะผู้นำของผู้บังคับบัญชามีผลต่อบทบาท การบังคับบัญชาในการบริหารของข้าราชการทหารหญิง สังกัดกองบัญชาการกองทัพไทย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .01 และการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระ ตัวแปรตาม พบว่า มีความสัมพันธ์กันทุกตัวแปรเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .01


          This study aims to; 1) study the internal factors of personnel (inferior) and leadership behaviors (commissioner) for the female soldier administration of Thai Army Headquarter. 2) study the correlation of internally personal factors (inferior) and leadership behavior (commissioner) on acceptance of administration role of female soldier in Thai Army. The scope of the study is focused on human resource theory and qualita¬tive and quantitative research methods.
          The data was collected by indebt-interview and questionnaire from 369 officers in Thai Army Department.
          The result of the study ;1) To study the internally personal factor (Inferior) and leadership behavior (Commissioner) for the administration of female soldier in Thai Army headquarter result that most of sample answer 5 level on internally personal factor (Inferior), next in the lower range is leadership behavior (Commissioner). From each factor consideration, the attitude of the commissioner’s leadership behavior on helping and speaking skill especially association in personal life and working including concern with living of inferior are charming, empower, respectable and sincere characteristic of the commissioner.
          2) To identify the correlation between internally personal factor (Inferior) and leadership behavior (Commissioner) on acceptance the role of command about leader’s administration behavior of female soldier in Thai Army Headquarter result that internally personal factor (Inferior) statistical significantly accept the leadership behavior of commissioner on the role of administration at .01 and the hypothesis are statistical significantly accepted at .01 because all variable are close to one on the analysis.  

Published
2017-12-27
How to Cite
มาอินราช, กวินนา. การยอมรับพฤติกรรมภาวะผู้นำในการบริหารของข้าราชการทหารหญิง สังกัดกองบัญชาการกองทัพไทย; The Acceptance of Leadership Behaviors among Woman Officers in the Royal Thai Army Force Headquarters. วารสารวิชาการ, [S.l.], v. 3, n. 1, p. 142-157, dec. 2017. Available at: <http://www.ipacific.ac.th/ojs302/index.php/hu/article/view/74>. Date accessed: 18 jan. 2018.