ระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาของโรงเรียนขยายโอกาส สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดสกลนคร

Internal Quality Assurance System of Opportunity Expansion Schools under SakonNakhon Primary Educational Service Area Office

  • ปราการ ช่วยรักษา

Abstract

                   การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) ศึกษาสภาพการดำเนินงานระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาของโรงเรียนขยายโอกาส สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดสกลนคร 2) เพื่อสร้างระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาของโรงเรียนขยายโอกาส สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดสกลนคร 3) เพื่อประเมินระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาของโรงเรียนขยายโอกาส สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดสกลนคร


                   กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาวิจัย ระยะที่ 1 ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 126 คน ครูผู้สอน จำนวน 126 คน รวมจำนวนกลุ่มตัวอย่างที่ ใช้ในการวิจัย จำนวนทั้งสิ้น 252 คน ระยะที่ 2 ผู้ให้ข้อมูลในการจัดสนทนากลุ่ม (Focus Group) จำนวน 9 คน ระยะที่ 3 ผู้ให้ข้อมูลการประเมินความเหมาะสม และความเป็นไปได้โดยผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ(Connoisseurship) จำนวน 20 คน


                  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ การสัมมนาอิงผู้เชี่ยวชาญ และการประเมินความเหมาะสม และความเป็นไปได้โดยผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ การหาคุณภาพของแบบสอบถามโดยการหาค่า IOC (Item Objective Congruence Index) เลือกเฉพาะข้อคำถามที่มีค่า IOC 0.50 ขึ้นไป และค่าความเชื่อมั่นโดยหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา (alpha-coefficient) ของครอนบาค(Cronbach)ได้ค่าความเชื่อมั่น 0.98 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ข้อมูลเชิงปริมาณ ได้แก่ ร้อยละ(Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) และค่า เบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหา(Content Analysis) จากข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ โดยใช้วิธีการสรุปเป็นความเรียง


                 ผลการวิจัย พบว่า



  1. สภาพการดำเนินงานระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาของโรงเรียนขยายโอกาสสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดสกลนครโดยรวมอยู่ในระดับมาก ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ได้แก่ ด้านรายงานประเมินคุณภาพภายใน รองลงมา คือ ด้านจัดระบบบริหารและสารสนเทศ และด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ด้านการติดตามตรวจสอบ

  2. ระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาของโรงเรียนขยายโอกาสสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดสกลนคร ประกอบด้วย 3 ตัวแปรที่มีความสัมพันธ์กัน ประกอบด้วย 1)ระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา 4 ด้าน คือด้านปัจจัย ด้านกระบวนการ ด้านผลที่ได้รับ และด้านข้อมูลย้อนกลับ 2) กระบวนการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา คือ ด้านการวางแผน ด้านการปฏิบัติตามแผน ด้านการตรวจสอบประเมินผลและด้านการนำผลการประเมินมาปรับปรุงงาน และ 3)แนวทางการดำเนินงานพัฒนาสถานศึกษา 8 ด้าน คือด้านกำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ด้านการจัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ด้านการจัดระบบบริหารและสารสนเทศ ด้านการดำเนินงานตามแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา  ด้านการจัดให้มีการติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษา ด้านการจัดให้มีการประเมินคุณภาพภายในตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ด้านการจัดทำรายงานประจำปีที่เป็นรายงานประเมินคุณภาพภายใน และ ด้านการจัดให้มีการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง

  3. ผลการประเมินความเป็นไปได้ และความเหมาะสมของระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาของโรงเรียนขยายโอกาสสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดสกลนคร โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ทุกด้านอยู่ในระดับมากที่สุด


         The research entitled, “Internal Quality Assurance System of Opportunity Expansion Schools under SakonNakhon Primary Educational Service Area Office,” aimed 1) to study the state of internal quality assurance system of opportunity expansion schools under SakonNakhon Primary Educational Service Area Office, 2) to create the internal quality assurance system of opportunity expansion schools under SakonNakhon Primary Educational Service Area Office,and 3) to evaluate the internal quality assurance system of opportunity expansion schools under SakonNakhon Primary Educational Service Area Office


        The samples used in the first period of this research were 252, i.e. 126 administrators, and 126 teachers. While in the second period of this research, the 9 informants were invited to participate in a focus group discussion. And in last period, the 20 experts were invited to be as the informants for evaluation.


        The instruments used in this research were the questionnaire, interview form, focus group discussion, and the evaluation by the experts. In the quality test, the only items of questionnaire with above .50 value of the IOC were acceptable, and in the reliability test, Cronbach’s alpha value was rated at .98. The statistics used for quantitative data analysis in this research were percentage, mean, and standard deviation. In addition, the content analysis was employed for the qualitative data which were concluded from the experts’ suggestions.


The research findings revealed that



  1. The state of internal quality assurance system of opportunity expansion schools under SakonNakhon Primary Educational Service Area Office overall were at high level. Especially, the internal quality assurance report aspect was at the highest level; the administrative system management and information aspect wereat the lower level, and the lowest level was the monitoring aspect.

  2. The internal quality assurance system of opportunity expansion schools under SakonNakhon Primary Educational Service Area Office consisted of 3 variables that were relevant to one another, i.e. the 4 aspect-internal quality assurance system in schools, the process of internal quality assurance in schools,and the 8 aspect-guidelines for school development.

  3. The results of evaluation for the internal quality assurance system of opportunity expansion schools under SakonNakhon Primary Educational Service Area Officeoverall were at the highest level, while each aspect was found at the highest level as well.


 

Author Biography

ปราการ ช่วยรักษา

นักศึกษาหลักสูตรศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยปทุมธานี

Published
2018-02-23
How to Cite
ช่วยรักษา, ปราการ. ระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาของโรงเรียนขยายโอกาส สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดสกลนคร. วารสารวิชาการ, [S.l.], v. 3, n. 2, p. 32-41, feb. 2018. Available at: <http://www.ipacific.ac.th/ojs302/index.php/hu/article/view/85>. Date accessed: 17 nov. 2018.