รูปแบบการนิเทศภายในของโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 23

Supervision Model of Matthayomsueksa Schools under Secondary Educational service Area office 23

  • นภัสนันท์ อุปรี

Abstract

              รูปแบบการนิเทศภายในของโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 23 ที่ได้ทำการศึกษาวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์การวิจัยที่สำคัญ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาสภาพการนิเทศภายในของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 23   2) เพื่อพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 23  3) เพื่อประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้รูปแบบการนิเทศภายในของโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต  23


               กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาวิจัย ระยะที่ 1 ประกอบด้วย ผู้บริหารและข้าราชการครูโรงเรียนมัธยมศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 23 ปีการศึกษา 2558  จำนวน 45 โรงเรียน รวมจำนวน  216  คน  ระยะที่ 2 ผู้ให้ข้อมูลในการจัดสนทนากลุ่ม (Focus Group) จำนวน 9 คน ระยะที่ 3 ผู้ให้ข้อมูลการประเมินความเหมาะสม และความเป็นไปได้โดยผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ (Focus Group) จำนวน 20 คน


               เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ การสัมมนาอิงผู้เชี่ยวชาญ และการประเมินความเหมาะสม และความเป็นไปได้โดยผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ การหาคุณภาพของแบบสอบถามโดยการหาค่า IOC (Item Objective Congruence Index) เลือกเฉพาะข้อคำถามที่มีค่า IOC 0.50 ขึ้นไป และค่าความเชื่อมั่นโดยหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา (alpha-coefficient) ของครอนบาค(Cronbach)ได้ค่าความเชื่อมั่น 0.94 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ข้อมูลเชิงปริมาณ ได้แก่ ร้อยละ(Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) และค่า เบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหา(Content Analysis) จากข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ โดยใช้วิธีการสรุปเป็นความเรียง


        ผลการวิจัย พบว่า



  1. ผลการวิเคราะห์ระดับสภาพการนิเทศภายในของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต  23   โดยรวมอยู่ในระดับมาก   ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ได้แก่  ด้านการสำรวจความต้องการและความจำเป็นรองลงไป คือ ด้านการขยายผลยกย่องเชิดชูเกียรติและด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ด้านการดำเนินการนิเทศภายในโรงเรียน

  2. รูปแบบการนิเทศภายในของโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 23 ประกอบด้วยความสัมพันธ์ของ 2 ตัวแปร คือ 1) การดำเนินการนิเทศภายในสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นทีการศึกษามัธยมศึกษาเขต 23   ประกอบด้วย 5 ด้าน และ 2)  องค์ประกอบรูปแบบการนิเทศภายใน  4  ด้าน   

  3. ผลการวิเคราะห์ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิในการประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้ของรูปแบบการนิเทศภายในของโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 23 พบว่า ผู้ประเมินมีความคิดเห็นต่อรูปแบบการนิเทศภายในของโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 23 โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ทุกด้านอยู่ในระดับมากที่สุด


            The research entitled, “Supervision Model of Matthayomsueksa Schools under Secondary Educational service Area office 23,” aimed 1) to study the state of supervision model of Matthayomsueksa Schools under Secondary Educational service Area office 23, 2) to develop thesupervision model of Matthayomsueksa Schools under Secondary Educational service Area office 23,and 3) to evaluate the appropriateness and possibility of supervision model of Matthayomsueksa Schools under Secondary Educational service Area office 23.


            The samples used in the first period of this research were 216administrators and civil servant-teachers, who were working in 45secondary schools under The Secondary Educational Service Area 23 Office in the academic year of 2015. While in the second period of this research, the 9 informants were invited to participate in a focus group discussion. And in last period, the 20 experts were invited to be as the informants for evaluation.


           The instruments used in this research were the questionnaire, interview form, focus group discussion, and the evaluation by the experts. In the quality test, the only items of questionnaire with above .50 value of the IOC were acceptable, and in the reliability test, Cronbach’s alpha value was rated at .94. The statistics used for quantitative data analysis in this research were percentage, mean, and standard deviation. In addition, the content analysis was employed for the qualitative data which were concluded from the experts’ suggestions.


The research findings revealed that



  1. The internal supervision state inMatthayomsueksaschools under Secondary Educational service Area office 23overall were at high level. Especially, the need analysis aspect was at the highest level; the honor exaltationaspect wasat the lower level, and the lowest level was the internal schoolsupervision aspect.

  2. The internal supervision model in Matthayomsueksa schools under Secondary Educational service Area office 23consisted of 2 variables that were relevant to each other, namely,the 5 aspects internal supervision in the Matthayomsueksa schools under Secondary Educational service Area office 23,and the 4aspects internal supervision model.

  3. The appropriateness and possibility evaluation for the internal supervision model in Matthayomsueksa schools under Secondary Educational service Area office 23overall were at the highest level, while each aspect was found at the highest level as well.


 

Author Biography

นภัสนันท์ อุปรี

นักศึกษาหลักสูตรศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยปทุมธานี

Published
2018-02-23
How to Cite
อุปรี, นภัสนันท์. รูปแบบการนิเทศภายในของโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 23. วารสารวิชาการ, [S.l.], v. 3, n. 2, p. 101-112, feb. 2018. Available at: <http://www.ipacific.ac.th/ojs302/index.php/hu/article/view/92>. Date accessed: 17 nov. 2018.